scg-towiwat.com

DIY จัดสวนในขวดแก้ว ของแต่งบ้านน่ารักๆ เพิ่มมุมสดชื่นให้บ้าน

DIY จัดสวนในขวดแก้ว ของแต่งบ้านน่ารักๆ เพิ่มมุมสดชื่นให้บ้าน

DIY จัดสวนในขวดแก้ว

DIY จัดสวนในขวดแก้ว ของแต่งบ้านน่ารักๆ เพิ่มมุมสดชื่นให้บ้าน ชวนมาออกแบบสวนจิ๋ว พร้อมขั้นตอนการลงมือ DIY สวนในขวดแก้วแบบง่ายๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเล็กๆ น่ารักๆ ให้มุมโปรดของบ้าน

สวนในขวดแก้ว(Terrarium) อีกหนึ่งไอเดียการจัดสวนที่สร้างพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กให้กับบ้าน ซึ่งเราสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง นอกจากจะนำไปตกแต่งเพิ่มมุมสดชื่นให้บ้านแล้ว ยังสามารถนำไปเป็นของขวัญของฝากแบบไม่ซ้ำใครได้อีกด้วย

ทำไมสวนในขวดแก้วถึงยังเขียวสดใสแถมยังเจริญเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ เรามาทำความรู้จักกับระบบของสวนในขวดแก้วกันค่ะ

สวนในขวดแก้ว หรือ Terrarium คือ การจำลองธรรมชาติมาไว้ในขวดแก้ว ความชื้นจากชั้นดินและพืชจะระเหยออกมา เมื่อแสงและความร้อนทะลุผ่านวัสดุโปร่งใสเข้าไปด้านใน อุณหภูมิภายในขวดก็จะสูงขึ้น ทำให้เกิดไอน้ำควบแน่น ก่อนจะหมุนวนกลับไปที่พืชและชั้นดินด้านล่าง เกิดวัฏจักรแบบนี้หมุนเวียนอยู่ภายในขวดแก้ว

สวนในขวดแก้วสามารถจำแนกได้เป็น 2 ระบบ คือ ระบบเปิด และ ระบบปิด โดยมีพรรณไม้และเทคนิคในการเลี้ยงดูที่ต่างกันดังนี้

ระบบปิด (Closed Terrarium) ภาชนะสำหรับปลูกจะปิดสนิท หมุนเวียนระบบน้ำ (Water Cycle) ภายในโถแก้ว ทำให้พืชสังเคราะห์แสงได้ตามวัฏจักร ไม่ต้องดูแลมากมาย เพียงแค่เปิดฝาเปลี่ยนอากาศอาทิตย์ละครั้ง พรรณไม้ที่เหมาะในการปลูกคือไม้ทรอปิคอล เช่น กล้วยไม้ มอสส์ เฟิร์น และไม้รากอากาศ อย่างทิลแลนด์เซีย เคราฤๅษี

ระบบเปิด (Open Terrarium) จะมีช่องให้อากาศเข้าไปในขวดแก้ว โดยมีขั้นตอนการสร้างระบบนิเวศไม่ต่างจากระบบปิด แต่จะต่างกันที่พรรณไม้ โดยจะเป็นต้นไม้ทะเลทรายหรือไม้อวบน้ำ อย่างกระบองเพชร ที่ไม่ชอบความชื้นและสามารถทนอากาศแห้งได้ดี ต่างจากพรรณไม้ในระบบปิดที่จำเป็นต้องมีความชื้นที่พอเหมาะ

DIY สวนในขวดแก้วแบบง่ายๆ (ระบบปิด) เริ่มจากการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้

  1. เลือกโถแก้วที่มีฝาปิดมิดชิด รูปทรงดีไซน์เลือกได้ตามชอบ ในครั้งแรกแนะนำให้เลือกภาชนะที่มีปากกว้าง เพื่อให้สามารถตกแต่งภายในขวดได้ง่าย
  2. วัสดุปลูก ได้แก่ หินกรวดเม็ดเล็ก ถ่านบด ขี้เลื่อย เม็ดดินเผา และดิน
  3. ต้นไม้สำหรับจัดตกแต่ง สามารถเลือกสายพันธุ์และรูปทรงที่แตกต่างมาจัดปลูกด้วยกันได้ ควรเลือกให้มีขนาดเล็กพอเหมาะกับภาชนะปลูกที่เตรียมไว้
  4. ตะเกียบหรือมือคีบ ช้อน ผ้ารอง และฟ็อกกี้
  5. ของตกแต่งอื่นๆ ตามความชอบ เช่น ก้อนหิน ตุ๊กตาเซรามิก
ภาพ: วัสดุ-อุปกรณ์ในการทำสวนในขวดแก้ว (ระบบปิด)

เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว เรามาลงมือทำกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 ล้างภาชนะให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิท นำหินใส่ลงไปเป็นอันดับแรก ปริมาณ 1/10 ของความสูงภาชนะและเกลี่ยให้ได้ระดับเท่ากัน ชั้นหินนี้จะทำหน้าที่กักเก็บแบคทีเรียและเชื้อโรคไม่ให้ออกมาทำลายต้นไม้ ซึ่งหากใช้หินภูเขาไฟรองในชั้นล่างสุดจะช่วยรักษาสวนขวดแก้วให้อยู่นานยิ่งขึ้น จากนั้นใส่เม็ดดินเผาเพื่อช่วยกักเก็บความชื้น

ภาพ: ใส่หินรองจนเต็มก้นโถ จากนั้นใส่เม็ดดินเผาตามลงไป

ขั้นตอนที่ 2 ใส่ถ่านบดลงไปปริมาณครึ่งหนึ่งของชั้นหิน ซึ่งถ่านจะทำหน้าที่กรองไอน้ำที่ไหลลงสู่ชั้นหินให้สะอาดยิ่งขึ้น จากนั้นโรยด้วยขี้เลื่อยปริมาณเท่ากับถ่าน หน้าที่ของขี้เลื่อยคือ ป้องกันไม่ให้ชั้นดินไหลลงไปผสมกับชั้นถ่าน ทั้งนี้สามารถใช้สแฟ็กนัมมอสส์แทนได้ สแฟ็กนัมมอสส์คือ มอสส์ชั้นล่างที่ถูกมอสส์เกิดทับ จะช่วยรักษาความชื้นและระบายอากาศในดินได้ดี

ภาพ: ใส่ถ่านบด ตามด้วยขี้เลื่อยด้วยปริมาณที่เท่าๆ กัน

ขั้นตอนที่ 3 ใส่ดินปริมาณเท่ากับชั้นหินหรือมากกว่า ความสูงโดยรวมไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของขวดเพื่อความสวยงาม และมีพื้นที่ให้อากาศได้หมุนเวียน พรมน้ำเล็กน้อย ในชั้นนี้สามารถใช้พีทมอสส์แทนได้ (Peat Moss) พีทมอสส์คือ มอสส์ที่ถูกทับในชั้นต่ำกว่าสแฟ็กนัมมอสส์ จะมีสารอาหารมากมายสะสมอยู่ สามารถใช้ผสมเป็นวัสดุปลูกได้ดี

ภาพ: พรมน้ำเล็กน้อยพอให้ดินชุ่ม

ขั้นตอนที่ 4 พรมน้ำให้มอสส์อุ้มน้ำ จากนั้นแยกต้นไม้ให้มีขนาดพอเหมาะ ใช้ตะเกียบเขี่ยช่องดินให้เกิดเป็นหลุมขนาดเล็ก คีบต้นไม้หย่อนลงไปและเขี่ยดินกลบให้เรียบร้อย ไม่ควรให้ต้นไม้แน่นจนเกินไป ควรมีพื้นที่เผื่อให้ต้นไม้ได้เติบโตด้วย จากนั้นปูมอสส์เพื่อเก็บรายละเอียดให้สวยงาม ตกแต่งด้วยก้อนหินและตุ๊กตาตามจินตนาการ เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วจึงพรมน้ำให้ดินชุ่มชื้น แต่อย่าให้เยอะจนมีน้ำขังในชั้นหิน สุดท้ายปิดฝาขวดให้สนิท

ภาพ: ค่อยๆ ปลูกต้นไม้ลงในชั้นดิน ตกแต่งด้วยมอสส์และตุ๊กตาให้สวยงาม ก่อนปิดฝาอย่าลืมพรมน้ำให้ดินชุ่มชื้น
ภาพ: สวนในขวดแก้ว พื้นที่สีเขียวที่น่ารักและไม่ซ้ำใคร

วิธีดูแลรักษาสวนในขวดแก้วให้มีสุขภาพดี แม้ว่าสวนในขวดจิ๋วจะดูแลง่าย แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องใส่ใจและเฝ้าสังเกต อย่างเช่น ระวังอย่าให้มีน้ำท่วมขังในชั้นหิน สังเกตชั้นดินไม่ให้ดินแห้ง หรือหากพบเชื้อราเกาะที่ต้นไม้ให้คีบเชื้อราออก และอย่าลืมเปิดฝาเพื่อเปลี่ยนอากาศทุกๆ สัปดาห์

ในช่วงแรกต้นไม้จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1 สัปดาห์ เราจะเห็นได้ชัดว่าต้นไม้ต้นไหนเน่าตายและต้นไหนเติบโต ช่วงนี้ให้คีบต้นที่เน่าทิ้งออกแล้วปลูกต้นใหม่ทันที ตำแหน่งที่วาง ควรเลือกให้มีแสงส่องถึงและอากาศถ่ายเท ไม่วางในที่อากาศร้อนและมีแสงแดดมากจนเกินไป

ขอขอบคุณที่มาบทความ
www.scghome.com

ใส่ความเห็น

0

รถเข็นของคุณ